รำลึกประวัติศาสตร์มหาสงคราม
ตามรอยเส้นทางรถไฟสายมรณะ
กาญจนบุรี พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญทางประวัติศาสตร์
สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ มีทางรถไฟสายมรณะ
เส้นทางลำเลียงทางทหารจากไทยสู่พม่า
ซึ่งยังคงปรากฏหลักฐานและอนุสรณ์สถานสำคัญ
เพื่อเตือนใจถึงความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ ของมนุษยชาติ
จากกรุงเทพฯ เข้าตัวเมืองกาญจนบุรี ค่อยๆ ซึมซับเรื่องราวครั้งอดีต
ก่อนจะออกไปนอกเมือง เพื่อร่วมสัมผัสบรรยากาศและชะตากรรมเชลยศึก
ที่ช่องเขาขาด ส่วนหนึ่งของทางรถไฟสายมรณะ
สุสานทหารสัมพันธมิตร ดอนรัก

เข้าตัวเมืองกาญจนบุรี ร่วมไว้อาลัยเบื้องหน้าแผ่นป้าย
เหนือหลุมศพเหล่าทหารสัมพันธมิตรนับพันนาย
ที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ ๒ ณ สุสานทหารสัมพันธมิตร ดอนรัก
ที่พักพิงตลอดกาลของเหล่าเชลยศึก
ลองเดินอ่านตามป้ายทองเหลืองเหนือหลุมฝังศพ
บางป้ายมีคำไว้อาลัยที่แสนเศร้า บางทีจะได้เห็นดอกไม้สด
พร้อมการ์ดเล็กๆ บ่งบอกความระลึกถึงบุคคลอันเป็นที่รักอย่างสุดซึ้ง
บรรยากาศที่เงียบสงบ ไม้กางเขนใหญ่สีขาวกลางสุสาน ท่ามกลางหลุมฝังศพ
เป็นอนุสรณ์ย้ำเตือนถึงสงครามได้เป็นอย่างดี
พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟไทย - พม่า
ข้างสุสานฯ ดอนรัก มีพิพิธภัณฑ์รถไฟไทย - พม่า
ที่อดีตทหารเชลยศึกชาวอังกฤษได้รวบรวมเอกสาร ภาพถ่าย ยุทโธปกรณ์
สมัยการสร้างทางรถไฟสายมรณะ จัดแสดงเป็นห้องต่างๆ
มีเครื่องปรับอากาศเย็นสบาย ที่สำคัญที่สุดคือ
ภาพแผนที่การสำรวจเส้นทางก่อนสร้าง
ของวิศวกรชาวญี่ปุ่นที่บริจาคให้ไว้เป็นความรู้
อุปกรณ์เครื่องมือการก่อสร้าง
เปิดบริการทุกวันระหว่าง ๙.๐๐ - ๑๗.๐๐ น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๖๐ บาท
เด็ก ๓๐ บาท
สะพานข้ามแม่น้ำแคว

เดินตามไม้หมอน ที่เรียงเป็นแนวยาวทอดตัวเหนือสะพานข้ามแม่น้ำแคว
สะพานรถไฟข้ามแม่น้ำที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
ส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒
ย้อนระลึกถึงครั้งเชลยศึกใช้สองแขนแบกหามไม้หมอนวางเรียง
ก่อนตรึงหมุดเข้ากับราง ท่อนแล้วท่อนเล่า
จนกลายเป็นทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ ที่ต้องแลกด้วยชีวิต
เดินไปกลางสะพาน ชื่นชมทัศนียภาพของแม่น้ำแควจนสุดโค้งน้ำ
พักรับประทานอาหารกลางวันได้ในแพอาหารริมน้ำ
หอศิลป์ และพิพิธภัณฑ์สงคราม
ขึ้นตู้รถไฟเก่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ ไปถ่ายภาพ ชมสิ่งของเครื่องใช้
และเรียนรู้เรื่องของคนไทย ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
และสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒
จนถึงปัจจุบันที่หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงคราม ขึ้นชั้นบนสุด
ชมวิวแม่น้ำแควในมุมสูง มองดูเรือแคนู คายัค พายเรื่อยเอื่อยไปตามลำน้ำ
ลอดผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแคว แล้วลงไปเข้าแคมป์ทหารญี่ปุ่นจำลองที่ชั้นล่าง
ในส่วนพิพิธภัณฑ์สงครามญี่ปุ่น มีให้ดูทั้งดาบ ปืน เสื้อผ้า
และโครงกระดูก
หอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามเป็นของเอกชน ได้รับการรับรองจากกรมศิลปากร
เปิดบริการทุกวัน ๘.๐๐ - ๑๘.๐๐ น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ ๒๐ บาท เด็ก ๑๐
บาท ต่างชาติ ๓๐ บาท โทร. ๐ ๓๔๕๑ ๒๕๙๖
ช่องเขาขาด อนุสรณ์สถานแห่งความทรงจำ
ขับรถออกนอกตัวเมืองกาญจน ์ขึ้นเหนือไปทางน้ำตกไทรโยค ประมาณ ๘๐
กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้ากองการเกษตรและสหกรณ์ กองกำลังทหารพัฒนา อ.ไทรโยค
จะถึงที่ตั้งของอนุสรณ์สถานระลึกถึงชีวิตลำเค็ญของเชลยศึกออสเตรเลีย
อังกฤษ เนเธอร์แลนด์ และเอเชีย
ที่ถูกข้าศึกบังคับให้สร้างเส้นทางรถไฟที่ ช่องเขาขาด
เชื่อมต่อระหว่างไทยกับพม่า
เดินเข้าพิพิธภัณฑ์ ชมวีดิทัศน์บอกเล่าของเรื่องราวของอดีตเชลยศึก
ที่รอดชีวิตจากสงคราม ซึมซับบรรยากาศความโหดร้ายของสงคราม ผ่านตัวอักษร
ภาพวาด และสิ่งของที่จัดแสดง ค้อนปอนด์ จอบ เสียม ตะกร้าสาน
คืออุปกรณ์การทำงาน
สองมือของเชลยศึกคือเครื่องมือสำคัญในการก่อสร้างทางรถไฟ
แลกกับเศษอาหารสกปรกเพียงน้อยนิดในกล่อง มีผู้กล่าวว่า
ไม้หมอนหนึ่งท่อน แลกด้วยชีวิตของเชลยศึก ๑ คน
หลังจากปูพื้นอารมณ์และเรื่องราวแล้ว
เดินออกไปยังสะพานที่ตั้งแท่นชามกระเบื้องแห่งสันติภาพ ยืนสงบนิ่ง
เพื่อรำลึกถึงอดีตอันแสนเจ็บปวดของเหล่าเชลยศึกที่ต้องมาเสียชีวิต
ภาพแถวเชลยศึกผอมโซใช้จอบเสียมขุดเจาะภูเขา หรือแบกก้อนหินขนาดใหญ่
เพื่อเร่งก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายไทย - พม่า
ที่ปรากฏในห้องนิทรรศการสามารถซ้อนทับผืนป่าอันกว้างไกลนี้ได้อย่างกลมกลืน
พอแดดร่มลมตก ก็ได้เวลาเดินเท้าตามเส้นทางรถไฟสายมรณะ
สัมผัสบรรยากาศพื้นที่จริงของช่องเขาขาด ช่องตัดหินตก และช่องเขาตัด
แต่ละจุดเป็นบริเวณที่ต้องเจาะภูเขาเป็นช่อง เพื่อทำเส้นทางรถไฟ
ใกล้ที่สุดคือช่องเขาขาด ใช้เวลาเดินไป - กลับ ประมาณ ๔๐ นาที
ชมรางรถไฟโบราณที่จัดแสดงไว้ แล้วคารวะหลุมฝังศพของนายทหาร
หัวหน้ากองพันเชลยศึก เดินตามทางรถไฟผ่านช่องเขาที่ขาดด้วยแรงงานมนุษย์
ทุกตารางนิ้วที่เหยียบย่ำ คือที่ฝังร่างของเชลยศึกนับพันนับหมื่น
จุดที่ไกลสุดคือช่องเขาตัด ซึ่งต้องใช้เวลาถึง ๓ ชั่วโมง
อนุสรณ์สถานช่องเขาขาด เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่ ๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐
น. ไม่คิดค่าบริการ
ร้านภูมิปัญญาไทย
เส้นทางขากลับก่อนเข้าตัวเมืองกาญจน์ประมาณ ๓๕ กิโลเมตร ขวามือคือ
ร้านภูมิปัญญาไทย สถานที่แวะพักรถ นั่งดื่ม 'กาแฟ'
สำหรับผู้ที่ต้องการลดคาเฟอีน เพราะส่วนผสม 'กาแฟ' ที่ว่ามาจากงาดำ
ถั่วเหลือง ข้าวกล้อง น้ำตาลทรายแดง ฯลฯ
เลือกซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากธรรมชาติหลากหลายชนิด
หรือจะลองหาข้อมูลท่องเที่ยวเมืองกาญจน์สำหรับทริปต่อไปได้
จากคอมพิวเตอร์ที่ทางร้านจัดไว้บริการ
ร้านภูมิปัญญาไทยเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ ๙.๐๐ - ๑๗.๓๐ น. โทร. ๐ ๙๘๓๖
๒๒๖๓ |
|