ตะลอนไพรสู่สายน้ำตก ตะลุยบุกถึงถิ่นซาฟารี
จากตัวเมืองกาญจนบุรี ไปทางสี่แยกแก่งเสี้ยน สู่ทางหลวงหมายเลข ๓๑๙๙
ผ่านเขื่อนท่าทุ่งนา ขับรถเลาะเลี้ยวตามแนวสันเขื่อน
ชมธรรมชาติที่สมบูรณ์ ฟังเสียงน้ำตกกระทบหินที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ
แล้วเปลี่ยนบรรยากาศไปตะลุยแดนซาฟารี ชมความน่ารักของสัตว์แสนรู้
ก่อนกลับแวะซื้อผลิตภัณฑ์จากกล้วยและน้ำนมข้าวโพดติดมือกลับบ้าน
เป็นของฝากถูกใจ
เทียบเวลายามสายกับนาฬิกาแดด
ชมทัศนียภาพทะเลสาบเหนือเขื่อนศรีนครินทร์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำ
และแวะเทียบเวลายามสายกับนาฬิกาแดด ที่สวนเวลารำลึก
ซึ่งสามารถบอกทั้งเวลา เดือน และฤดู มองลงไปที่เงาของปลายเข็มนาฬิกา
ที่ทอดลงบนแผ่นหน้าปัทม์ที่มีเส้นกราฟและจุดบอกช่วงเวลา และเดือน ณ
จุดที่ปลายเข็มชี้ นั่นคือเวลาปัจจุบัน
นาฬิกาแดดนี้ได้มีการคำนวณมุมเอียงของแผ่นหน้าปัด และทิศทางของเข็ม
ให้รับกับทิศทางการหักเหของดวงอาทิตย์ ในแต่ละช่วงเดือน
เขื่อนศรีนครินทร์เปิดให้เข้าชมได้ทุกวันตั้งแต่ ๖.๐๐ - ๑๘.๐๐ น.
มีบริการเรือชมเขื่อน โทร. ๐ ๓๔๕๗ ๔๐๐๑ - ๒ ต่อ ๒๐๑๐ , ๒๐๑๖
เล่นน้ำกับปลาพลวงในแอ่งน้ำตก
เข้าสู่อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ชมเรื่องราวธรรมชาติน่ารู้
ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสภาพพื้นที่ในอุทยาน
ซึ่งจัดเป็นนิทรรศการไว้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวฯ ชวนเด็กๆ
ไปหาคำตอบว่า ระหว่างต้นไม้ผิวเรียบกับผิวหยาบ
ชนิดไหนเก็บน้ำได้ดีกว่ากัน หรือ สัตว์ประเภทใดกินเก่งที่สุด

ทางเดินไปน้ำตกจะผ่านป่าสัก ป่าไผ่ น้ำตกแต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่าง
จะไปไถลตัวลงตามลานหินกว้างที่น้ำตกชั้น ๔ หรือนั่งชมแสงแดด
ที่ส่องลอดผ่านเงาใบไม้ของต้นกันเกรา
ลงกระทบบนสายน้ำตกกระเซ็นที่ผาน้ำตก ชั้น ๓
แล้วค่อยลงมาดำผุดดำว่ายกับปลาพลวงแสนเชื่องนับร้อยตัว
ที่แอ่งน้ำตกชั้น ๒ พักรับประทานอาหารกลางวันที่เตรียมมาบนแคร่ไม้ไผ่
ได้บรรยากาศปิกนิกที่แสนจะเป็นธรรมชาติ ถ้ายังมีแรงจะเดินขึ้นไปถึงชั้น
๗ ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อย ๓ ชั่วโมง
ทางเดินกลับ อาจแยกเดินป่าตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
เริ่มต้นตรงบริเวณน้ำตกชั้นที่สอง ผ่านป่าประเภทต่างๆ
และเรียนรู้สื่อสัญลักษณ์แทนความหมายต่างๆ ที่จำเป็นในการเดินป่า
นอกจากนั้น ในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ
ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง
สามารถเช่าจักรยานขี่เที่ยวรอบบริเวณ ค่าเช่าชั่วโมงละ ๒๐ บาท อุทยานฯ
เปิดทุกวัน ๘.๓๐ - ๑๗.๓๐ น. ค่าเข้าอุทยานฯ คนละ ๒๐ บาท รถยนต์คันละ ๓๐
บาท สอบถามรายละเอียด โทร. ๐ ๓๔๕๗ ๔๒๒๒ , ๐ ๓๔๕๗ ๔๒๓๔
นั่งรถชมสัตว์แบบซาฟารี

เข้าสู่เขตอำเภอบ่อพลอย นั่งรถชมสัตว์แบบท่องแดนซาฟารี ที่ซาฟารีปาร์ค
จะเลือกนั่งรถบัสขนาดเล็กของทางสวนสัตว์
ที่มีโชเฟอร์อารมณ์ดีคอยชี้ชวนให้ดูสัตว์ประเภทต่างๆ
หรือจะสวมวิญญาณนักขับรถท่องซาฟารีด้วยตนเองก็ได้
ที่สำคัญอย่าลืมซื้ออาหารติดมือไปเลี้ยงสัตว์ด้วย
เริ่มกันตั้งแต่กวางหลากหลายพันธุ์
ที่กรูกันมายื่นหน้าสลอนริมหน้าต่างรถ เลือกส่งอาหารให้กับตัวที่ถูกใจ
ผ่านกรงหมีควายที่มักนอนพักผ่อนยามบ่าย เสือโคร่ง
ซึ่งมีอาณาจักรพื้นที่ของแต่ละตัว
แล้วก็นั่น
สิงโตที่มักรวมอยู่เป็นกลุ่ม โดยมีตัวผู้
ซึ่งมีแผงคอฟูเป็นหัวหน้า และเสือชีตาห์ สัตว์ที่วิ่งเร็วที่สุด
ผ่านมาถึงกรงสุดท้าย ฝูงยีราฟ
สัตว์คอยาวพากันส่ายหัวมุดเข้ามาขออาหารกันถึงในรถทีเดียว
จะจับเขาจับคอจับหัวอย่างไรก็ไม่ว่ากัน นอกจากนั้นยังมีตัวลามะ และอูฐ
สัตว์ทะเลทรายที่ดูแปลกตาสำหรับเด็กๆ
ที่สวนสัตว์ซาฟารีปาร์คมีการแสดงโชว์ของสัตว์แสนรู้อย่างสุนัข และช้าง
รวมทั้งการโชว์จับจระเข้ทุกวัน ค่าเข้าชมคนละ ๑๒๐ บาท โทร. ๐ ๓๔๖๒ ๘๒๗๐
- ๑
แวะชิมของกล้วยๆ ที่ไร่คุณมน
จากซาฟารีปาร์ค เพียง ๑ กิโลเมตร มีป้ายบอกทางเข้าไร่คุณมน
ขับรถตามทางลูกรังต่ออีกประมาณ ๒ กิโลเมตร ก็ถึงแหล่งผลิตกล้วยทอดสูญญากาศ
ที่ผลิตส่งเป็นขนมขบเคี้ยวสำหรับผู้โดยสารเครื่องบินการบินไทย
รวมทั้งยังเป็นสินค้า OTOP ของเมืองกาญจน์
ชมกรรมวิธีการผลิตตั้งแต่ยังเป็นกล้วยในหวี
จนทอดเป็นแผ่นเหลืองกรอบน่ากิน ก่อนเลือกซื้อเป็นขนมกินเล่นระหว่างทาง
หรือเป็นของฝากก็ถูกใจผู้รับ
นอกจากนั้นยังมีน้ำนมข้าวโพด และกระยาสารทสมุนไพร
เหมาะสำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ โทร.๐ ๑๙๔๔ ๗๙๗๑ , ๐ ๓๔๕๓ ๑๔๘๗ |
|