กาญจนบุรี...เมืองต้นธาร ลำน้ำสายประวัติศาสตร์
ล่องแม่น้ำแคว ย้อนรอยเส้นทางรถไฟสายมรณะ
เส้นทางล่องแม่น้ำแควเริ่มต้นจากสะพานข้ามแม่น้ำแคว เมื่อมองจากเรือจะเห็นสะพานประวัติศาสตร์โดดเด่นอยู่กลางลำน้ำแควใหญ่ บางช่วงจะเห็นภาพรถไฟแล่นข้ามสะพานสวยงามมาก โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า เรือจะล่องไปตามแม่น้ำแถวใหญ่ผ่านบริเวณหน้าเมือง บรรยากาศคึกคัก มีเรือนแพมากมายเรียงรายอยู่ริมแม่น้ำ ทั้งแพร้านอาหาร แพที่พักและแพท่องเที่ยวให้บริการลากจูงเที่ยวแม่น้ำ ส่วนใหญ่เป็น “แพเธค” สีสันเจิดจ้าเปิดดนตรีให้เต้นรำกันอย่างสนุกสนาน มีเรือเร่ขายของกิน กาแฟ เครื่องดื่มให้นักท่องเที่ยวถึงแพ จากนั้นเรือจะล่องผ่านจุดบรรจบระหว่างแม่น้ำแควใหญ่และแม่น้ำแควน้อยหรือ “แม่น้ำสองสี” สู่ลำน้ำแควน้อย บรรยากาศเริ่มสงบเงียบ มีบ้านเรือนเป็นระยะ ชาวบ้านบางคนลอยเรือตกปลาอยู่ริมน้ำ บางคนก็นั่งตกปลาอยู่ริมฝั่ง บางบ้านก็เลี้ยงปลาในกระชังหน้าบ้าน เรือจะแวะให้ขึ้นไปเที่ยวชมวัดถ้ำเขาปูน และสุสานทหารสัมพันธมิตร (ช่องไก่) จากนั้นจะล่องวกกลับผ่านแม่น้ำสองสีไปเข้าลำน้ำแม่กลอง จอดแวะให้ขึ้นไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์สงครามอักษะ และเชลยศึกที่วัดไชยชุมพลชนะสงครามหรือวัดใต้ จากนั้นจะล่องกลับตามเส้นทางเดิม

เยี่ยมเยือนสะพานข้ามแม่น้ำแคว
นักท่องเที่ยวสามาถขึ้นไปเดินเที่ยวบนสะพานข้ามแม่น้ำแควได้ โดยเดินเลียบไปตามรางรถไฟบนสะพาน ชมความสวยงามของสะพาน ทิวทัศน์แม่น้ำแควและบ้านเรือนริมน้ำ ส่วนบริเวณเชิงสะพานมีหัวรถจักรเก่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตั้งไว้ให้ชม จากนั้นแวะไปเยี่ยมชมหอศิลป์และพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งอยู่ติดกับสะพาน ร่วมรำลึกและคารวะดวงวิญญาณเชลยศึก และกรรมกรรับจ้างที่เสียชีวิตจากการสร้างทางรถไฟสายมรณะที่อนุสาวรีย์ไทยานุสรณ์ สร้างขึ้นโดยทหารญี่ปุ่น ขณะสงครามดำเนินอยู่ ปิดท้ายด้วยการเดินช้อปปิ้ง เลือกซื้อสินค้าของฝากของที่ระลึก โดยเฉพาะอัญมณี เครื่องหวายและไม้แกะสลักจากพม่า จากร้านค้ามากมายสองฝั่งถนนริมแม่น้ำ

เส้นทางแนะนำ
เลาะเลียบแม่น้ำแคว ตามรอยเส้นทางรถไฟสายมรณะ (2 วัน 1 คืน)
วันแรก ล่องเรือเที่ยวในลำน้ำแคว ชมทิวทัศน์แม่น้ำ สีสันแพริมแม่น้ำ ตื่นตากับขบวนรถไฟที่แล่นผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแคว ชมความงดงามของแม่น้ำสองสี รำลึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สุสานทหารสัมพันธมิตร (ช่องไก่) และพิพิธภัณฑ์สงครามอักษะ และเชลยศึกสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่วัดใต้ จากจุดนี้จะเลือกเดินเที่ยวต่อไปตามเส้นทางเลียบแม่น้ำ ชมย่านเมืองเก่า ภาพจิตรกรรมฝาผนังล้ำค่าที่วัดเหนือ หรือจะนั่งเรือย้อนกลับไปที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว เดินเที่ยวบนสะพานและบริเวณเชิงสะพาน ชมหัวรถจักรเก่า อนุสาวรีย์ไทยานุสรณ์ ย่านขายสินค้าของฝากที่ระลึก

วันที่สอง เลือกนั่งรถไฟจากตัวเมืองกาญจน์ข้ามสะพาน เลาะเลียบโค้งมรณะริมแม่น้ำแคว สุดปลายทางที่น้ำตกไทรโยคน้อย แวะพักเล่นน้ำตก แล้วไปล่องเรือหรือแพเที่ยวแม่น้ำแควน้อย ชมทิวทัศน์ตระการตาสองฝั่งน้ำ เรือนแพริมน้ำ เล่นน้ำตก เดินเที่ยวในอุทยานแห่งชาติไทรโยค ชมทิวทัศน์บนสะพานแขวน

ข้อมูลการเดินทาง
เดินทางจากกรุงเทพฯ สู่กาญจนบุรี ใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ผ่านนครปฐม อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เข้าสู่จังหวัดกาญจนบุรี

ทางรถไฟจากสถานีธนบุรี (บางกอกน้อย) ถึงกาญจนบุรี ทั้งขบวนธรรมดาและขบวนรถไฟพิเศษเพื่อการท่องเที่ยวในวันหยุด อีกหลายรายการทั้งแบบไป-กลับ และพักค้างคืน สุดปลายทางที่สถานีน้ำตกไทรโยคน้อย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถานีรถไฟหัวลำโพง โทร. 0 2225 6964

สำหรับจุดลงเรือล่องแม่น้ำแควใช้เรือหางยาวที่จอดอยู่ท่าเรือเชิงสะพานข้ามแม่น้ำแคว ค่าเรือเหมาลำ 400 บาท นั่งได้ 6-8 คน ใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่ง ถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง นอกจากนี้ยังมีแพท่องเที่ยว มีเรือลากจูงล่องไปตามแม่น้ำ หรือจอดพักค้างคืน สอบถามได้จากรีสอร์ท และแพที่จอดเรียงรายให้บริการอยู่ริมแม่น้ำ

สินค้า ของฝาก ของที่ระลึก
สินค้า ของฝาก ของที่ระลึก ที่ขึ้นชื่อของกาญจนบุรีมีหลายอย่าง ทั้งของกิน เช่น วุ้นเส้นท่าเรือ วุ้นมะพร้าวอ่อน มะขามกวน น้ำพริก หาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป ตามแหล่งท่องเที่ยวและร้านขายของฝากริมถนนแสงชูโต ส่วนพืชผัก ผลไม้ เห็ดสดๆ พริกกะเหรี่ยง ต้นไม้ ดอกไม้ หาซื้อได้จากร้านค้าริมถนนกาญจนบุรี-ไทรโยค สำหรับอัญมณีที่มีชื่อเสียงของกาญจนบุรี คือ ไพลินและนิล หาซื้อได้ที่บริเวณเชิงสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งมีสินค้าจากพม่าจำพวกเครื่องประดับ เครื่องแก้ว พลอยสี ของเด็กเล่น เฟอร์นิเจอร์ ไม้แกะสลัก ผ้าทอ ฯลฯ จำหน่ายด้วย แต่ถ้ามีโอกาสไปที่ตลาดทองผาภูมิ ตลาดวัดวังก์วิเวการาม ตลาดชายแดน ด่านเจดีย์สามองค์ จะมีให้เลือกมากกว่าและราคาถูกกว่า
  ข้อมูลโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย