เปิดตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
เปิดตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
จังหวัดกาญจนบุรีถือได้ว่าเป็นจังหวัดเมืองหน้าด่านตะวันตกของประเทศไทย มีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่าเขาที่ราบภูเขาสูงปกคลุมไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด เมืองกาญจน์ยังถือได้ว่าเป็นเมืองประวัติศาสตร์เมืองหนึ่งของประเทศไทย โดยเฉพาะประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพระหว่างไทยกับพม่า นายอำนาจ ผการัตน์ ผวจ.กาญจนบุรี ได้เปิดเผยถึงที่มาในการก่อสร้างศาลพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชซึ่งจะนำไปประดิษฐาน ณ ทุ่งใหญ่นเรศวร อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ว่าทางจังหวัดกาญจนบุรีได้ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมไปถึงหน่วยงานต่างๆ ทั้งทางภาครัฐและเอกชน และ ประชาชนชาวกาญจนบุรีได้ร่วมกันจัดทำโครงการก่อสร้างศาลและพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขึ้น เพื่อที่จะนำพระบรมรูปของพระองค์ท่านไปประดิษฐาน ณ ศาลพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช บริเวณปากทางเข้าที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี
นายอำนาจ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดทำโครงการดังกล่าวว่า เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กษัตริย์นักรบผู้ทรงประกาศอิสรภาพให้กับชนชาวไทยปลดปล่อยจากการเป็นเมืองขึ้นพม่าทำให้ชาวประชาอยู่เย็นเป็นสุข และเพื่อตอบแทนบุญคุณมหาราชผู้ยิ่งใหญ่ผู้กรีธาทัพอันเกรียงไกรผู้กู้บ้านกู้เมืองและแผ่พระราชอำนาจไปทั่วจนเป็นที่รู้จักกับประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง สุดท้ายเพื่อเป็นอนุสรณ์และสถานที่สักการะแด่องค์สมเด็จพระนเรศวรผู้ฝากรอยพระบาทไว้บนแผ่นดินทุ่งใหญ่นเรศวรแห่งนี้ เมื่อครั้งที่พระองค์เคยทรงยกทัพมาในป่าทุ่งใหญ่เมื่อครั้งคราวที่พระองค์ประกาศอิสรภาพ (พ.ศ.2127) ที่เมืองแครง แล้วพระองค์ได้นำทัพครอบครัวไทย มอญ พร้อมทั้งช้าง ม้า วัว ควาย จำนวนมากเข้ามากรุงศรีอยุธยา ดังนั้นกองทัพของพระองค์จึงมุ่งหน้ามาทางเหนือพระเจดีย์สามองค์ การเดินทางครั้งนี้ของพระองค์ท่านจะต้องทรงเสด็จผ่านผืนป่าและได้พักแรมในผืนป่าแห่งนี้จึงถือเป็นมหามงคลของแผ่นดินเมืองกาญจนบุรี
นายอำนาจ กล่าวต่อว่า หลังจากที่เราได้ดำเนินการก่อสร้างศาลพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางจังหวัดกาญจนบุรีจึงได้อัญเชิญพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่ประดิษฐานไว้ที่ศาลากลางจังหวัดเพื่อรอการดำเนินการก่อสร้างศาลเสร็จเป็นที่เรียบร้อยจึงจะได้อัญเชิญพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไปประดิษฐานศาลพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม 2551 เวลา 15.09 น. จังหวัดกาญจนบุรีได้จัดพิธีอัญเชิญพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจากศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรีไปประทับยังแท่น ณ บริเวณศาลาขุนแผน อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อจัดทำพิธีสมโภช 1 คืน เพื่อให้ประชาชนชาวกาญจนบุรีและประชาชนทั่วไปรวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมายังจังหวัดกาญจนบุรีได้ถวายสักการบูชาพระองค์ท่าน โดยทางจังหวัดได้จัดขบวนแห่อย่างสมพระเกียรติ มีการแต่งกายแบบนักรบโบราณ และวันเสาร์ที่ 16 สิงหาคม 2551 เวลา 09.09 น. ทางจังหวัดได้อัญเชิญพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขึ้นประทับรถยนต์แบบขับเคลื่อนสี่ล้อ ณ น้ำตกไทรโยค อำเภอไทรโยค เคลื่อนขบวนไปตามถนนสายกาญจนบุรี-สังขละบุรี ขบวนรถอัญเชิญพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเดินทางมาถึงบริเวณป่าทุ่งใหญ่ เวลาประมาณ 17.00 น.
นายอำนาจ กล่าวในท้ายสุดว่า และในวันที่ 17 สิงหาคม 2551 เวลา 09.09 น. ได้อัญเชิญพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขึ้นประทับแท่น ณ ศาลหลังใหม่ซึ่งได้ทำการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วและทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญพระวิญญาณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชสถิตที่ศาลหลังใหม่แห่งนี้เพื่อปกปักรักษาผืนป่าอันกว้างใหญ่แห่งนี้ ซึ่งครั้งก่อนเคยเป็นตำนานของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชที่พระองค์ใช้เส้นทางนี้ในการเดินทัพเพื่อทำสงครามกับประเทศพม่า และให้ชนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงพระปรีชาสามารถ ความเสียสละ ความกล้าหาญชาญชัยของพระองค์ในการกอบกู้อิสรภาพของประเทศชาติกลับคืนมา
นายเอิบ เชิงสะอาด หัวหน้าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 บ้านโป่งราชบุรี ได้กล่าวถึงความเป็นมาเกี่ยวกับคำว่า ทุ่งใหญ่ ว่าทำไมถึงเรียกว่า ทุ่งใหญ่ เรื่องนี้กล่าวขานกันมาหลายชั่วอายุของชาวกะเหรี่ยงว่าป่าผืนหนึ่งซึ่งอยู่ในท้องที่ ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี มีสัตว์ป่าอาศัยอยู่ชุกชุม โดยเฉพาะบริเวณที่เรียกว่า เวียงกระดู ซึ่งแปลเป็นไทยว่า ทุ่งใหญ่ ซึ่งบริเวณนี้จะมีกระทิงมาเล็มหญ้าภายหลังจากไฟไหม้ทุ่งหญ้าหน้าแล้งของทุกปี ทางคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าจึงได้มีมติจากที่ประชุมเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2516 ประกาศให้ป่าทุ่งใหญ่เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยใช้ชื่อว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวร
ภาพ/ข่าว นสพ.บ้านเมือง
ข้อมูลบ้านเมือง http://www.banmuang.co.th โดยคุณ : บ้านเมือง -
[ 3 ก.ย. 2008 , 20:43:15 น. ]
|