"ยศ มาไพศาลสิน" สมาชิกสภา อบจ.กาญจนบุรี "นักการเมืองที่ดีต้องไม่หนีประชาชน"
"ยศ มาไพศาลสิน" สมาชิกสภา อบจ.กาญจนบุรี "นักการเมืองที่ดีต้องไม่หนีประชาชน"
สัมภาษณ์พิเศษ
โดย ปิยรัชต์ จงเจริญ
"ยศ มาไพศาลสิน" สอบผ่านได้เป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) กาญจนบุรี เขต 4 อ.ท่ามะกา มาด้วยคะแนนสูงสุดของจังหวัด ซึ่งต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่งคงมาจากผู้เป็นพ่อ ที่เป็นถึงนายอำเภอหนองปรือ และเป็นที่รู้จักกันดีของคนเมืองกาญจน์ โดยเฉพาะชาวท่ามะกา เนื่องจากเป็นคนพื้นเพที่นี่ ประกอบกับอุปนิสัยส่วนตัวที่เป็นกันเอง เข้าถึงชาวบ้าน ซึ่ง "ยศ" ก็เปรียบลูกไม้หล่นใต้ต้น จึงทำให้ได้รับการเทคะแนนจากชาวท่ามะกาอย่างท่วมท้น โค่นแชมป์เก่าที่มีดีกรีเป็นถึงอดีตประธานสภา อบจ.ลงได้ชนิดขาดลอย
"เมื่อตอนเด็กๆ ผมมีโอกาสติดตามคุณพ่อไปในหลายจังหวัด ซึ่งขณะนั้นคุณพ่อเป็นปลัดอำเภอ มีทำหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับประชาชน จึงได้พบเห็นความทุกข์ของพี่น้องที่รอรับการช่วยเหลือ เป็นภาพแห่งความทรงจำที่ติดตามาตลอด จึงตั้งใจว่าเมื่อโตขึ้นถ้ามีโอกาสจะต้องหาทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเหล่านั้นให้ได้ จึงได้ตัดสินใจเลือกเรียนปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และกำลังจะจบปริญญาโทในเร็วๆ นี้"
"จบมาใหม่ๆ ได้กลับมาทำงานที่บ้าน ได้มีโอกาสติดตาม พล.ต.ศรชัย มนตริวัต ส.ส.กาญจนบุรี ไปหาเสียงอยู่บ่อยๆ เนื่องจากชื่นชอบการทำงานของท่าน ซึ่งผมเรียกท่านว่าคุณลุง เพราะสนิทสนมกับครอบครัวผมมาก ท่านเป็นนักการเมืองที่ผมยึดถือเป็นตัวอย่าง และเป็นแรงบันดาลใจให้ก้าวเข้าสู่ถนนการเมืองท้องถิ่น ท่านไม่เคยปฏิเสธที่จะช่วยเหลือประชาชนเลย"
"ผมจึงตัดสินใจที่จะลงสมัคร ส.อบจ. เขต 4 อ.ท่ามะกา โดยก่อนที่จะเลือกตั้งประมาณ 1 ปี ก็เริ่มลงพื้นที่ออกหาเสียงตามสโลแกนไม่ทิ้งพื้นที่ ไม่หนีประชาชน ซึ่งหลายคนมองว่าหาเสียงเร็วไป แต่เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งถือว่าตามหลังอยู่มาก เพราะเป็น ส.อบจ.ถึง 5 สมัย และยังเป็นอดีตประธานสภาด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้หลายคนจึงวิเคราะห์ว่าผมไม่มีทางชนะ แต่ผมใช้ความตั้งใจจริงและขยันลงพื้นที่ เป็นตัวของตัวเอง เคาะประตูบ้านทุกวันตั้งแต่เช้า กลางคืนก็หาโอกาสไปร่วมงานเลี้ยงเท่าที่พอจะมีเวลาไปได้ คือเอาจุดอ่อนมาปรับเป็นจุดแข็ง ทำให้ได้รับความเอ็นดูจากผู้สูงอายุ ได้รับความเป็นกันเองจากคนรุ่นเดียวกัน"
"ผ่านไปประมาณครึ่งปียิ่งมีความรู้สึกมั่นใจมากขึ้น คุณพ่อก็คอยพูดให้กำลังใจและให้ข้อคิดเสมอว่าจะเป็นนักการเมืองที่ดีต้องไม่หนีประชาชน ต้องพร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชน ห้ามโกรธ ห้ามโมโห สิ่งที่สำคัญที่สุด คือต้องมีความอดทน"
"จนวันเลือกตั้งมาถึง ผลของการเลือกตั้งก็ทำให้หายเหนื่อย เพราะได้คะแนนมากว่า 7,000 คะแนน ชนะแชมป์เก่าเกือบ 4,000 คะแนน และเป็นผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดของจังหวัด ทำให้ภูมิใจมาก ออกไปขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสและไว้วางใจ ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังทำตัวตามปกติ คือหาโอกาสไปพบประชาชนอยู่เสมอๆ และก็พร้อมที่จะทำงานพัฒนา 4 ตำบล ในเขตเลือกตั้งให้มีความเจริญ มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ทั้งการศึกษา กีฬา สาธารณูปโภค ซึ่งมั่นใจว่าทำได้ เพราะนายก อบจ.ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมก็พร้อมสนับสนุน"
"สุดท้ายผมอยากบอกว่า ผมมีความตั้งใจจริงที่จะทำงานทางการเมือง เพื่อทดแทนคุณของแผ่นดินเกิด"
ภาพ/ข่าว : นสพ. มติชน
ข้อมูลมติชน http://www.matichon.co.th โดยคุณ : มติชน -
[ 10 ก.ค. 2008 , 21:15:27 น. ]
|