“อดีตนายก อบจ.กาญจน์” มอบตัวสู้คดีฆ่านายกและรองนายกเล็กท่าม่วง

“อดีตนายก อบจ.กาญจน์” มอบตัวสู้คดีฆ่านายกและรองนายกเล็กท่าม่วง





กาญจนบุรี/นครปฐม – อดีตนายก อบจ.กาญจนบุรี มอบตัวต่อ ผบช.ภ.7 สู้คดียิงนายก และรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าม่วง แต่ยังให้การภาคเสธ พร้อมยื่นหลักทรัพย์ 600,000 บาท ตามสิทธิ์ในรัฐธรรมนูญ อัยการพิจารณาอนุมัติประกันตัว

จากเหตุการณ์ที่คนร้ายใช้อาวุธปืนยิง นางสมจิต กาญจนสุทธิรักษ์ อายุ 56 ปี อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และ นายนพดล จินดานุช อายุ 48 ปี อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลท่าม่วง เสียชีวิต เหตุเกิดเวลา 19.30 น.วันที่ 30 มีนาคม 2550 ที่บ้านเลขที่ 803/2 หมู่ที่ 2 ต.ท่าม่วง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีการจัดงานอุปสมบท และจากการสอบสวนสืบสวนขยายผลจนนำไปสู่การออกหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรีที่ มจ.256/50 นายสมยศ หอทอง อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) กาญจนบุรี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยใช้อาวุธ

ความคืบหน้าวันนี้ (25 มี.ค.) เวลา 09.00 น.นายสมยศ หอทอง ได้เดินทางเข้ามอบตัวสู้คดีกับพล.ต.ต.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.ภ.7 ต่อจากนั้น พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร ผบก.ตร.ภ.จว.กาญจนบุรี ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รอง ผบก.ตร.กาญจนบุรี ออกเดินทางไปรับตัวนายสมยศ กลับมาสอบสวนทำประวัติที่ สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี

ต่อมาเวลา เวลา 11.00 น.พ.ต.อ.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต รอง ผบก.ตร.กาญจนบุรี ได้นำตัวนายสมยศ หอทอง เดินทางถึง สภ.ท่าม่วง ต่อจากนั้น พล.ต.ต.เรวัช ได้นำตัว นายสมยศ เข้าห้องสอบสวนและทำการสอบปากคำ โดย นายสมยศ ให้การภาคเสธ และประสงค์ให้การในชั้นศาล ต่อจากนั้น พล.ต.ต.เรวัช จึงสั่งการ พ.ต.ท.สุชาติ จันทร์เทียน สารวัตรสอบสวน สภ.ท่าม่วง เจ้าของคดี ได้ทำการสอบปากคำและพิมพ์ลายนิ้วมือและทำประวัติ จากนั้นได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานและสำนวนการสอบสวนนำตัว

พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร ผบก.ตร.ภ.จว.กาญจนบุรี ได้เปิดเผยเกี่ยวกับคดีนี้ ว่า หลังจากเกิดเหตุทางตำรวจได้ติดตามผู้ต้องหาตลอดเวลาทำให้ผู้ต้องหาได้รับความกดดันและอยู่ไม่เป็นสุขและประกอบกับผู้ต้องหามีโรคประจำตัวต้องได้รับยารักษาโรคตลอดเวลา ดังนั้น ผู้ต้องหาจึงตัดสินใจเข้ามอบตัวสู้คดี ส่วนเรื่องคดีนั้นทาง ตร.สภ.ท่าม่วง ได้ส่งสำนวนให้อัยการตั้งแต่ 30 สิงหาคม 2550 ที่ผ่านมา ดังนั้นทางตำรวจจึงจะรับสอบสวนทำสำนวนเพื่อรีบนำส่งอัยการเพื่อดำเนินการต่อไป

พล.ต.ต.เรวัช กล่าวต่อว่า สำนวนคดีนี้ส่งอัยการก่อนหน้าที่ตนมารับตำแหน่งแต่ตนเองได้ดูสำนวนแล้ว ค่อนข้างรัดกุม แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะอาจจะทำให้เกิดความเสียหายทางคดีได้ และที่สำคัญที่สุด ตนได้รับปากว่าจะดูแลความปลอดภัยของครอบครัวนายกสมจิต ทั้งบุตรชาย และพยานบุคคลในคดีอย่างเต็มที่

ส่วนทางด้าน พ.ต.อ.สมเดช ฐิตวัฒนะกุล ผกก.สภ.ท่าม่วง เปิดเผยเกี่ยวกับสำนวน ว่า สำนวนการสอบสวนคดีนี้ได้ส่งต่ออัยการจังหวัดกาญจนบุรีตั้งแต่ 30 สิงหาคม 2550 ส่วนการนำตัวนายสมยศ ผู้ต้องหาส่งต่อไปยังอัยการจังหวัดกาญจนบุรีทางพนักงานสอบสวนได้ค้านการประกันตัว

ด้าน นายสมมิตร สุทธิเชื้อชาติ อัยการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยเกี่ยวกับคดีนี้ว่า หลังจากที่พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหามาส่งต่ออัยการแล้ว แต่ทางสำนวนพนักงานสอบสวนต้องส่งประวัติของผู้ต้องหา และทางอัยการจะได้พิจารณาเกี่ยวกับสำนวนว่าเสร็จสิ้นหรือยังจะต้องมีการสอบปากคำพยานปากใดเพิ่มเติมหรือไม่ ทางอัยการก็จะดำเนินการพิจารณาต่อไป

ส่วนทางผู้ต้องหาได้ยื่นคำร้องขอใช้สิทธิ์ในการประกันตัวตามสิทธิ์ที่บัญญัติไว้ตามรัฐธรรมนูญ โดยยื่นหลักทรัพย์ที่มากกว่าเงินกำหนดค้ำประกันตามที่กระทรวงยุติธรรมกำหนดไว้คือ จำนวน 600,000 บาท ดังนั้น อัยการได้พิจารณาคำร้องแล้วจึงได้อนุมัติการประกันตัวตามสิทธิ์ของผู้ต้องหาและได้นัดหมายให้มาดำเนินการต่อในวันที่ 9 เมษายน 2551 ที่จะถึงนี้ต่อไป

วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมตำรวจภูมธรภาค 7 อ.เมือง จ.นครปฐม พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกษร ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.สมขาย รักเสนาะ ผกก.กสส.ศสส.ภ.7 พ.ต.ท.ศรายุทธ พิกุลทอง รอง ผกก.กสส.ภ.จว.นครปฐม ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงการเข้ามอบตัวของผู้ต้องหาดกังกล่าว

ทั้งนี้ พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.ภ.7 เปิดเผยภายหลังว่า หลังจากเกิดเหตุได้สั่งการให้ พล.ต.ต.โสภณ พิสุธิวงษ์ รอง ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง รอง ผบช.ภ.7 และ พล.ต.ต.เรวัช พร้อมทั้งศูนย์สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 7 ประสานกับชุดปฎิบัติการที่ 7 กองบังคับการปราบปราม เพื่อสืบสวนติดตามจับกุมนายสมยศ หอทอง มาดำเนินคดี ซึ่งได้ทำการติดตามและกดดันอย่างหนัก

กระทั่งวันนี้ เวลา 10.00 น.นายสมยศ หอทอง ได้ติดต่อเข้ามอบตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายโดยไม่ขอให้การในชั้นสืบสวน ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้คัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ ส่วนการให้ปากคำผู้ต้องหายืนยันจะให้ไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น

ภาพ/ข่าว นสพ.ผู้จัดการ

ข้อมูลโดย ผู้จัดการออนไลน์ http://www.manager.co.th
โดยคุณ : ผู้จัดการออนไลน์ - [ 27 มี.ค. 2008 , 21:52:43 น. ]

ตอบ
ดีใจจังที่กลับมา คนที่ฆ่าคนตายไม่ได้เลวเสมอไป บางครั้งคนที่ตายนั้นแหละสมควรตายเพราะเลวเกินไป
โดยคุณ : *-* - [ 28 มี.ค. 2008 , 20:14:07 น.]

ตอบ
เห็นด้วย
โดยคุณ : ทางผ่าน - [ 28 มี.ค. 2008 , 21:46:06 น.]

ตอบ
เห็นด้วย
โดยคุณ : ทางผ่าน - [ 28 มี.ค. 2008 , 21:46:06 น.]

ตอบ
เห็นด้วย
โดยคุณ : ทางผ่าน - [ 28 มี.ค. 2008 , 21:46:07 น.]

ตอบ
เห็นด้วย
โดยคุณ : ทางผ่าน - [ 28 มี.ค. 2008 , 21:46:10 น.]

ตอบ
ฆ่าคนตายมาแล้วกี่คน

ยังมีหน้าไปยกย่องอีก

สังคมคนกาญจน์ ทำชั่ว แต่ยกย่องว่าดี

เสื่อม!!!
โดยคุณ : nam - [ 30 มี.ค. 2008 , 03:26:11 น.]

ตอบ
กฏหมายมีช่องว่าง คนใช้ช่องว่างทางกฎหมาย
โดยคุณ : แวะมา - [ 5 เม.ย. 2008 , 12:32:34 น.]

ตอบ
คุณนิรนาม(*-*-) คนที่ฆ่าคนตายต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก และผู้ตายก็เป็นผู้หญิงคุณคิดว่ามันเท่ห์ชั่ยมั้ย อย่างนี้เขาไม่เรียกว่าเลว เขาเรียกว่าโคตรชั่ว ต่างหาก แล้วคุณยังไปยกย่องอีก ทำให้คิดว่าคุณก็คงชั่วเหมือนกันแน่ๆเลย
โดยคุณ : คนเมืองกาญจน์ - [ 14 เม.ย. 2008 , 09:48:52 น.]

ขอเชิญร่วมเสนอแนะความคิดเห็นครับ
      จาก :
email :
      icq :
รายละเอียด



กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียวครับ....