มือปืนทมิฬ-ดักยิง ถล่มรถน.ร. นักเรียนดับ1เจ็บ5
มือปืนทมิฬ-ดักยิง ถล่มรถน.ร. นักเรียนดับ1เจ็บ5



นาทีชีวิต- แพทย์ปั๊มหัวใจช่วยชีวิตด.ช.กฤษฎา โพธิ์ทอง อายุ 13 ปี ม.1 โรงเรียนอู่ทองศึกษาลัย สุพรรณบุรี เหยื่อกระสุนมือปืนทมิฬยิงถล่มรถน.ร. ที่อ.เลาขวัญ กาญจนบุรี แต่เสียชีวิตในที่สุด ขณะที่เพื่อนๆเจ็บอีก 5 คน ตามข่าว



สาดกระสุนลูกซองยาว ม.1รับเคราะห์ตายอนาถ สอบพบปมโจ๋วิวาทกัน ซุ่มเช้าตรู่-ล้างแค้นมั่ว!

คนร้ายเหี้ยมซุ่มข้างทาง ซัลโวลูกซองยาวถล่มรถนักเรียน ขณะนักเรียนโดยสารเต็มคันตอนเช้า ห่ากระสุนถูกนักเรียนชายม.1 วัย 13 ปีตายสยอง นักเรียนหญิงเจ็บเล็กน้อยอีก 5 ตร.ระดมกำลังสืบล่าตัวคนร้าย พยานระบุสงสัยวัยรุ่น 2 คน มาสอบถามถึงรถนักเรียนก่อนเกิดเหตุเล็กน้อย โดยคนซ้อนท้ายถือวัตถุยาวห่อผ้าขาวม้ามาด้วย ชี้สาเหตุคาดว่าเป็นเรื่องของวัยรุ่นที่มาดักถล่มอริ เพราะเพิ่งเกิดเหตุวัยรุ่นวิวาทกันหยกๆ แต่นักเรียนที่ถูกยิงตายรับเคราะห์แทนไม่รู้อีโหน่อีเหน่

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 6 ธ.ค. พ.ต.ท.พิศูจน์ ธนวรรณ พงส.สบ.2 สภ.อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากนายเสบียง ทองเหม อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 186 หมู่ 6 ต.หนองประดู่ อ.เลาขวัญ มีตำแหน่งเป็นสมาชิกอบต.บ้านหนองประดู่ หมู่ 6 และเป็นคนขับรถรับ-ส่งนักเรียนประจำทางบ้านหนองไก่เหลือง-อู่ทอง ยี่ห้อโตโยต้า 6 ล้อ สีเหลือง หมายเลขทะเบียน 10-2060 กาญจนบุรี ว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้ปืนลูกซองยาวยิงถล่มรถนักเรียน ที่มีนักเรียนชาย-หญิงในหมู่บ้านหนองประดู่ ตั้งแต่ระดับอนุบาลไปจนถึงม.6 เป็นผู้โดยสารมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนอู่ทองศึกษาลัย ในเขตอ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี เหตุเกิดบนถนนสายบ้านหนองไก่เหลือง-อู่ทอง ช่วงระหว่างหมู่ 7-8 เป็นเหตุให้มีนักเรียนชายเสียชีวิต 1 ศพ นักเรียนหญิงบาดเจ็บอีก 5 คน หลังเกิดเหตุ ได้ช่วยเหลือนำนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บส่งร.พ.ปิยราษฎร์ อ.อู่ทอง ที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุดแล้ว

หลังรับแจ้ง จึงนำกำลังไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.วรภัทร์ วัฒนวิศาล รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี และ พ.ต.อ.ดุสิต สมศักดิ์ ผกก.สภ.อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี พ.ต.ท.เกียรติศักดิ์ กสิวัฒน์ สว. สส.สภ.อ.เลาขวัญ และ พ.ต.ท.อัศวิทย์ สุวรรณวัฒน์ รอง ผกก.หน.กลุ่มงานสืบสวน ภ.จว.กาญจนบุรี ในป่าต้นยูคาลิปตัสข้างถนนตรงจุดเกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 9 ตกอยู่ 1 ปลอก ก้นกรองบุหรี่ยี่ห้อกรองทิพย์ จำนวน 5 ก้น และรอยเท้าจำนวนมาก คาดว่าเป็นจุดที่คนร้ายซุ่มยิง มีจำนวน 2 คนขึ้นไป จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนรถนักเรียนที่ถูกยิงเป็นรถ 6 ล้อใหญ่ บริเวณพื้นรถด้านหลังมีรอยคราบเลือดเปรอะจำนวนมาก ที่บริเวณพนักเบาะพิงหลังด้านซ้ายของตัวรถ มีรอยกระสุนปืนลูกซองยาวเบอร์ 9 นับได้ 9 รู

จากนั้นตำรวจรีบเดินทางไปที่โรงพยาบาลปิยราษฎร์ ทราบนักเรียนที่เสียชีวิตชื่อ ด.ช.กฤษฎา โพธิ์ทอง อายุ 13 ปี อยู่บ้านเลขที่ 215 หมู่ 6 ต.หนองประดู่ อ.เลาขวัญ เรียนอยู่ชั้นม.1 โรงเรียนอู่ทองศึกษาลัย มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่บริเวณด้านหลัง 6 รู ทะลุหน้าท้อง 1 รู กระสุนแฉลบฝังในที่หน้าอกด้านขวาอีก 1 เม็ด

ส่วนนักเรียนหญิงที่ถูกยิงบาดเจ็บ ประกอบด้วย 1.น.ส.หัทยา เชื้อโพลง อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ 7 ต.หนองประดู่ อ.เลาขวัญ เรียนอยู่ม.6 ถูกยิงด้วยปืนลูกซองยาวเบอร์ 9 เข้าที่นิ้วชี้ด้านขวา 1 นัด กระดูกนิ้วแตกละเอียด แพทย์ได้รีบนำตัวเข้าห้องผ่าตัดบาดแผล และให้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 2.น.ส.สายฝน ชูศรีจันทร์ อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51 หมู่ 7 ต.หนองประดู่ อ.เลาขวัญ นักเรียนชั้นม.3 ถูกสะเก็ดกระสุนปืนเข้าที่ข้อมือด้านขวา บาดเจ็บเล็กน้อย แพทย์ทำแผลแล้วอนุญาตให้กลับบ้านได้ 3.น.ส.ขนิษฐา โพธิ์ศรีทอง อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ 7 ต.หนองประดู่ อ.เลาขวัญ ถูกสะเก็ดกระสุนปืนเข้าที่ข้อมือด้านขวาเช่นกัน แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้เช่นกัน ทั้งสามเรียนอยู่โรงเรียนอู่ทองศึกษาลัย 4.ด.ช.กิตติพงษ์ พิพัฒนธนสุคนธ์ อายุ 14 ปี อยู่บ้านไม่ทราบเลขที่หมู่ที่ 6 ต.หนองประดู่ อ.เลาขวัญ นักเรียนชั้นม.1 ห้อง 1 โรงเรียนรัตนศึกษา อ.อู่ทอง ถูกสะเก็ดกระสุนปืนบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยที่ขาขวา 5.ด.ญ.เบญจมาภรณ์ รังสวัสดิ์จิตร อายุ 14 ปี อยู่บ้านเลขที่ 147 หมู่ 6 ต.หนองประดู่ อ.เลาขวัญ นักเรียนชั้นม.2 โรงเรียนอู่ทองศึกษาลัย เป็นลมหมดสติล้มฟาดกับพื้น เนื่องจากช็อกกับเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา หลังจากปฐมพยาบาล แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้เช่นกัน

พ.ต.อ.วรภัทร์ วัฒนวิศาล รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี กล่าวว่า แนวทางการสืบสวนตอนนี้ คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องของการแก้แค้นของเด็กนักเรียนมากกว่า เพราะก่อนเกิดเหตุเมื่อคืนวันที่ 5 ธ.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุกลุ่มเด็กนักเรียนวัยรุ่นไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน อาจเป็นไปได้ว่ากลุ่มเด็กนักเรียนคู่อริคิดว่าเพื่อนของคู่อรินั่งมาในรถโดยสารรับส่งนักเรียนคันนี้ จึงนำอาวุธปืนมาดักซุ่มยิง กำลังตรวจสอบรายชื่อนักเรียนที่ไม่ไปเรียน และไม่ได้โดยสารกับรถนักเรียนคันนี้ว่ามีใครบ้าง ซึ่งพอจะได้เค้าแล้ว ขอเวลาทำงานสักนิด เชื่อว่าจะมีข่าวดี

ด้านนายเฉลิมโชค โพธิ์ทอง อายุ 43 ปี บิดาของด.ช.กฤษฎา ที่ถูกยิงตาย กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าว่า เสียใจมาก ไม่นึกเลยว่าลูกชายต้องมาจบชีวิตอย่างน่าอนาถเช่นนี้ เมื่อเช้าก่อนที่ลูกชายจะขึ้นรถไปโรงเรียน ยังมากล่าวสวัสดีกับตนที่หน้าบ้าน แล้วเดินไปยืนรอรถ พอตอนสายนายเสบียง สมาชิกอบต.ซึ่งเป็นคนขับรถ โทรศัพท์มาบอกว่าลูกชายถูกยิงเสียชีวิตในรถ ตนปวดร้าวมาก ส่วนแม่เด็กแทบเสียสติเมื่อทราบข่าว ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา อยากให้ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด

นางสาลี่ โพธิ์ทอง มารดาด.ช.กฤษฎา ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นตลอดเวลาว่า ลูกชายนั่งรถรับส่งคันนี้ไปโรงเรียนทุกวัน และไม่เคยมีปัญหาหรือมีเรื่องราวกับใคร เป็นเด็กตั้งใจเรียน ตั้งใจว่าอนาคตจะเป็นตำรวจ ไม่นึกว่าวันนี้ซึ่งเหมือนกับทุกวันที่นั่งรถไปโรงเรียนแล้วต้องมาจบชีวิต ได้เห็นศพลูกชายแล้ว อยากจะพูดกับคนที่ยิงว่าไม่น่าจะทำอะไรแบบนี้ ทำอะไรไม่ดูกันบ้างว่าคนที่ต้องมารับผลกรรมที่เขาทำทั้งที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วย

ส่วนบรรยากาศภายในวัดน้ำโจนกาญจนาราม หมู่ที่ 6 ต.หนองประดู่ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบพบว่าบรรยากาศภายในวัดที่บริเวณศาลาการเปรียญที่เป็นที่ตั้งพิธีอาบน้ำศพเด็กชายกฤษฎา เต็มไปด้วยบรรยากาศที่เศร้าสร้อยเป็นอย่างมาก ชาวบ้านพากันสาปแช่งคนร้าย และขอร้องสื่อมวลชน ลงข่าวกระตุ้นให้ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษให้ได้โดยเร็วที่สุด และเรียกร้องขอให้ตำรวจจัดชุดคุ้มกันนั่งไปกับรถนักเรียนทั้งขาไปและขากลับ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย

รายงานข่าวแจ้งว่า ในทางสืบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีเด็กวัยรุ่น 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบสีและยี่ห้อ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดที่ร้านค้าใกล้กับที่เกิดเหตุ ทำทีซื้อบุหรี่พร้อมทั้งสอบถามเจ้าของร้านว่ารถรับ-ส่งนักเรียนคันดังกล่าววิ่งผ่านมาทางนี้หรือยัง เจ้าของร้านค้าบอกว่ายังไม่เห็นมา ระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เจ้าของร้านสังเกตเห็นเด็กวัยรุ่นคนที่นั่งซ้อนท้าย ถือวัตถุลักษณะคล้ายอาวุธปืนยาวที่ห่อผ้าขาวม้ามาด้วย

นายอดิศักดิ์ วิไลลักษณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนอู่ทองศึกษาลัย เปิดเผยว่า ทางโรงเรียนได้ทำประกันอุบัติเหตุให้กับนักเรียนทั้งหมด ซึ่งจะได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้น ส่วนเด็กที่เสียชีวิต ทางโรงเรียนเตรียมช่วยเหลือเป็นเงินสดอีกจำนวนหนึ่งด้วย

ด้านนายอนันต์ กัลปะ รองผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษากาญจนบุรี เขต 2 เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่าด.ช.กฤษฎาถูกคนร้ายซุ่มยิงห่างจากโรงเรียนหนองไก่เหลือง 2 กิโลเมตร โดยคนร้ายใช้ปืนลูกซองขนาด 9 ยิงนัดเดียวมีกระสุน 9 ลูก แต่กระสุนไปถูกที่ด.ช.กฤษฎาคนเดียว 5 ลูก ส่วนอีก 4 ลูกกระจายไปโดนคนอื่น ทราบว่าคนขับเป็นกรรมการองค์กรบริหารส่วนตำบล (อบต.) แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่คนร้ายดักยิง ขณะนี้ผู้บริหารโรงเรียนบ้านน้ำโจน ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมที่ด.ช.กฤษฎา เคยเรียนได้ไปช่วยดูแลจัดงานศพให้กับครอบครัวที่วัดน้ำโจน

รายงานข่าวแจ้งว่า หลังเกิดเหตุพล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภาค 7 สั่งการให้พ.ต.อ.เรวัช กลิ่นเกษร รองผบก.หน.ศสส.ภาค 7 พร้อมชุดสืบสวนอีก 27 คน ลงพื้นที่เข้าไปสืบสวนสอบสวนคดีถล่มรถนักเรียนที่เลาขวัญแล้ว เบื้องต้นพบว่าเป็นเหตุทะเลาะวิวาทของวัยรุ่น 2 กลุ่ม โดยอีกฝ่ายจะมาแก้แค้นยิงใส่รถ ซึ่งก่อนหน้านั้นมีวัยรุ่นทราบเพียงชื่อเล่นว่า "ต้อม" ไม่ยอมขึ้นรถคันดังกล่าวไปโรงเรียนตามปกติ พร้อมกับพูดให้พยานคนหนึ่งฟังเหมือนรู้ว่าจะโดนปองร้ายยิงถล่มรถ ชุดสืบสวนกำลังติดตามวัยรุ่นคนดังกล่าวมาสอบสวน อย่างไรก็ตาม คดีนี้ชุดสืบสวนมั่นใจว่าจะจับกุมแก๊งคนร้ายได้อย่างแน่นอน เนื่องจากเป็นการทะเลาะกันของวัยรุ่นเลือดร้อน คดีจึงไม่มีอะไรซับซ้อน

นางพรนิภา ลิมปพยอม เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานเหตุการณ์จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) สุพรรณบุรีแล้ว โดยรถที่เด็กทั้งหมดโดยสารมาเป็นรถ 2 แถวรับส่งนักเรียน แต่ไม่ใช่รถของโรงเรียน เบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นความขัดแย้งระหว่างคนขับรถ คิดว่าไม่น่าเกิดจากความขัดแย้งของตัวเด็กเอง เนื่องจากเขตพื้นที่ฯ ได้รายงานว่าด.ช.กฤษดาที่เสียชีวิต และเด็กที่ได้รับบาดเจ็บอีก 4 ราย เป็นเด็กเรียนดี มีความประพฤติเรียบร้อย ซึ่งเขตพื้นที่ฯ ได้ให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้นไปบ้างแล้ว และทางโรงเรียนมีกองทุนช่วยเหลืออีกทางหนึ่งแล้ว ส่วนสาเหตุและรายละเอียดที่แน่ชัดคงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนแล้วเสร็จ โดยระหว่างนี้ตนจะได้กำชับไปยังเขตพื้นที่ฯ และโรงเรียนต่างๆ ให้ระมัดระวังมากขึ้นในเรื่องการรับส่งนักเรียน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งกันในพื้นที่

"ไม่ทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากอะไร แต่ไม่น่ามีใครใจร้ายแบบนี้ ถ้าทะเลาะกันก็ควรแยกไปจัดการกันเอง ไม่ใช่มากราดยิงใส่รถที่มีเด็กโดยสารอยู่เต็มคันรถ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียใจว่าเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกัน แต่กลับมาเดือดร้อนเด็กที่ไม่รู้เรื่อง แน่นอนว่าไม่ใช่ความขัดแย้งของตัวเด็กแน่นอน" นางพรนิภากล่าว

ภาพ/ข่าว : นสพ.ข่าวสด

ข้อมูลข่าวสด http://www.khaosod.co.th
โดยคุณ : ข่าวสด - [ 7 ธ.ค. 2005 , 13:02:33 น. ]

ขอเชิญร่วมเสนอแนะความคิดเห็นครับ
      จาก :
email :
      icq :
รายละเอียด



กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียวครับ....